บทที่ 5 ไม่อยากเป็นของหวงชินอ๋อง บทที่ 4
“เจ้า… ช่างรัญจวนใจยิ่งนัก”
เจียหลงพูดด้วยเสียงแหบพร่า เขายืนขึ้นอีกครั้ง จับขาของหลินชิงหวางแยกออกกว้างยิ่งขึ้น
หลินชิงหวางมองแท่งสวรรค์ที่แข็งเกร็งขึ้นอีกครั้งด้วยความตื่นตระหนก
คราวนี้เจียหลงดันเอ็นร้อนเข้าในถ้ำรักของนางอีกครั้ง ง่ายขึ้นและเร็วกว่าเดิม จังหวะกระเด้าทำให้ขาโต๊ะกระแทกพื้นดังสนั่น กลบไปด้วยเสียงฝนที่ยังตกหนักนอกหน้าต่าง
“อือ ... อ่า”
หลินชิงหวางครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน ร่างกายของนางตอบสนองต่อทุกการเคลื่อนไหวของเจียหลง น้ำหวานไหลเยิ้ม
เจียหลงลูบไล้กลีบสวรรค์และร่องสีสด นิ้วดึงหัวนมขึ้น ซอยท่อนลึงค์ถี่รัว ในคราวนี้เขาไม่ต้องกลัวว่านางจะเจ็บ การกระแทกจึงได้แรงขึ้นกว่าเดิมจนโต๊ะกระเทือน
กลีบเนื้อนางสั่นระริกไปหมด ร้าวหน้าท้องและไฟร้อนที่อยู่กายเริ่มก่อตัวสูงขึ้นจนเกือบขีดสุด
“อ่า อื้อ”
นางส่งเสียงครางไม่หยุด เหมือนที่ชินอ๋องไม่หยุดพัก กระเด้าต่อเนื่องอย่างตั้งมั่น เขาดึงเอวนางจับไว้เอาตัวเองใส่เข้าไปถี่รัว
“อ่า อ๊า ซี้ด เสียวแล้ว อ่า”
ครั้งนี้เขาถึงสวรรค์เร็วกว่าครั้งแรกเพราะไม่ต้องกลัวว่านางจะเจ็บ การตอกใส่จึงแรงและมิดจนพวงไข่กระแทกแก้มก้น
เจียหลงเร่งจังหวะกระเด้า แท่งสวรรค์ฝังลึกในโพรงรักแน่นหนึบ เขาครางด้วยความกระสัน กลิ่นนวลนางและความสดสาวของหลินชิงหวางทำให้เขาลืมทุกอย่าง
“จะแตกแล้ว ข้าจะหลั่ง...อ๊ารร์”
เขาดึงตัวออกแอ่นร่างสาวท่อนเนื้อบนหน้าท้องระเบิดน้ำคาวสีขาวพุ่งออกไหลเป็นหยดลงเนื้อนวลใต้ร่าง กระจายลงบนโต๊ะเอกสารและผิวขาวเนียนของนาง
หลินชิงหวาง ร่างกายสั่นระริกด้วยความอ่อนแรง หัวใจเต้นรัว
ดวงตาขุ่นมัวของเขายังจ้องมองนางราวสัตว์ป่าที่พึงพอใจในเหยื่อ เขาก้มลง ลูบไล้แก้มของนางเบา ๆ ด้วยความหลงใหล แต่สติที่มืดมัวทำให้เขาไม่รู้ว่าสตรีตรงหน้าคือหลินชิงหวาง
เจียหลงทรุดนั่งลงข้างโต๊ะ ฤทธิ์สุราและความเหนื่อยล้าทำให้เขาหลับตาลง หลินชิงหวางใช้โอกาสนี้คลานลงจากโต๊ะ รวบชุดที่ขาดวิ่นมาปกปิดร่างกาย
นางวิ่งออกจากห้องท่ามกลางสายฝน หัวใจเต้นรัวด้วยความกลัวและความรู้สึกผิด นางรู้ว่าคืนนี้เปลี่ยนทุกอย่าง ทั้งชีวิตของนางและความสัมพันธ์กับชินอ๋อง
ในห้องเอกสารที่เงียบสงบอีกครั้ง เสียงฝนยังคงดังก้อง กลิ่นกามารมย์และน้ำหวานยังลอยอบอวล ทิ้งไว้เพียงร่องรอยของความเร่าร้อนที่ทั้งสองไม่อาจลืม
หลังจากเหตุการณ์เร่าร้อนในคืนฝนตก นางหนีไปพักใจหนึ่งวันเต็มเพื่อรวบรวมสติ แต่ความจำเป็นในการหาเลี้ยงชีพบังคับให้นางกลับมาทำงาน แม้ใจจะเต็มไปด้วยความอับอายและความกลัว
นางสูดลมหายใจลึก เคาะประตูเบา ๆ มือสั่นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงร่างกายแข็งแกร่งและสายตาขุ่นมัวของเจียหลงในคืนนั้น
“เข้ามา”
เสียงทุ้มของเจียหลงดังจากด้านใน น้ำเสียงเย็นเยียบแต่เปี่ยมด้วยอำนาจ หลินชิงผลักประตูเข้าไป พบชินอ๋องนั่งหลังโต๊ะไม้ขนาดใหญ่เช่นเคย สมุดบัญชีและม้วนกระดาษวางเป็นระเบียบ
ดวงตาคมกริบจ้องตรงมาที่นาง ราวจะมองทะลุถึงความลับที่ซ่อนอยู่
“ข้าน้อย หลินชิง มารายงานตัว ขอรับ”
หลินชิงก้มหน้าคารวะ น้ำเสียงสั่นเล็กน้อย นางรู้สึกถึงสายตาของเจียหลงที่เพ่งมองราวจับผิด ใจนางเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก กลัวว่าเขาจะจำเหตุการณ์คืนนั้นได้ หรือแย่กว่านั้น เขาอาจสงสัยตัวตนที่แท้จริงของนาง
เจียหลงเงียบไปครู่หนึ่ง ตาจับจ้องใบหน้าสวยและมือเรียวเล็ก เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย
“เจ้ากลับมาแล้ว ดี” น้ำเสียงของเขาคล้ายหยอกล้อ แต่แฝงด้วยความสงสัย “ข้าคิดว่าเจ้าจะหนีไปเสียอีก หลังจาก… หายไปหนึ่งวัน”
หลินชิงใจหายวูบ คำพูดของเขาทำให้นางไม่แน่ใจว่าเขาจำคืนนั้นได้หรือไม่
“ข้า… ข้ามีธุระเล็กน้อย ขอรับ”
นางตอบตะกุกตะกัก ก้มหน้าลงเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงระเรื่อ เจียหลงลุกขึ้น เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดใกล้นาง ใกล้จนหลินชิงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอบอุ่นจากร่างกำยำ
“ธุระ?” เขายกคิ้ว มองลงที่หลินชิงด้วยสายตาที่เหมือนจะมองทะลุ “เจ้าช่างเป็นคนน่าสงสัย หลินชิง”
เขาก้มลงเล็กน้อย ใบหน้าเข้าใกล้จนหลินชิงรู้สึกถึงลมหายใจร้อนผ่าว นางหวามใจขึ้นทันที ร่างกายร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงการสัมผัสในคืนนั้น ถอยหลังหนึ่งก้าวแต่หลังชนขอบโต๊ะ เจียหลงยิ้มมุมปาก สายตาหยุดที่ผิวเนียนราวหยกของนาง
“ข้า… ข้าไม่เข้าใจที่ท่านหมายถึง ขอรับ”
หลินชิงพูดเสียงสั่นมือจับขอบโต๊ะแน่นเพื่อยึดสติ เจียหลงยื่นมือออก ลูบไล้แขนของนางเบา ๆ หลินชิงสะดุ้ง วูบวาบไปทั้งตัวเมื่อสัมผัสถึงความร้อนจากฝ่ามือของเขา
“เจ้ามีผิวที่เนียนเกินชายทั่วไป” เขากล่าว น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงด้วยความสงสัย “และกลิ่นกาย…” เขาก้มลง ซุกไซ้ที่ผมของนาง สูดกลิ่นดอกไม้จาง ๆ ที่ลอยออกมา “หวานเกินกว่าที่ชายหนุ่มควรมี”
หลินชิงใจเต้นรัว ร่างกายสั่นระริก นางรู้สึกถึงความรัญจวนใจผสมกับความกลัว อยากผลักเขาออก แต่ร่างกายกลับยอมจำนนแอ่นเร้าและน้ำในร่างกายกำลังไหลออกมา
“ท่าน… ท่านเข้าใจผิดแล้ว ขอรับ”
หลินชิงพูดด้วยน้ำเสียงแทบกระซิบ พยายามถอย แต่เจียหลงจับแขนของนางไว้แน่น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาราวจะค้นหาความจริง
“ข้าจะรู้เอง ว่าเจ้าเป็นใคร”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่แฝงด้วยความท้าทาย เขาปล่อยแขนของนาง หันกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง
หลินชิงถอนหายใจเบา ๆ แต่หัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะ นางนั่งลงที่โต๊ะเล็กของตัวเอง มือสั่นเมื่อจับพู่กัน นางรู้ว่าเจียหลงเริ่มสงสัย และการทดสอบของเขาจะยิ่งรุนแรงขึ้น
ตลอดทั้งวัน เจียหลงแกล้งเข้าใกล้หลินชิงครั้งแล้วครั้งเล่า เขาเดินเฉียดตัวนางเมื่อส่งม้วนกระดาษ นิ้วของเขาแตะมือของนางโดยเจตนา เขาก้มลงดูงานของนาง
ใบหน้าใกล้จนหลินชิงสัมผัสได้ถึงลมหายใจของเขา ทุกการสัมผัสทำให้หลินชิงวูบวาบ ร่างกายร้อนผ่าวด้วยความรัญจวน นางรู้สึกผิดที่ใจของนางยังคงหลงใหลในตัวเขา แม้จะกลัวการถูกเปิดเผยตัวตน
หลินชิงหวางทำงานต่อไป ท่ามกลางแสงแดดที่ค่อย ๆ ลับขอบฟ้า
ฝนพรำบางเบานอกหน้าต่างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน กลิ่นดินเปียกและกลิ่นใบไม้ชุ่มน้ำลอยเข้ามาในห้องทำงานของชินอ๋อง เจียหลง
“หลินชิง” เสียงทุ้มของเจียหลงดังขึ้น หลินชิงสะดุ้ง รีบก้มหน้าลงเมื่อตระหนักว่านางจ้องเขานานเกินไป “เจ้ากำลังฝันกลางวันหรือ?”
“ข้า… ข้ากำลังทำงาน ขอรับ”
หลินชิงตอบ น้ำเสียงสั่นเล็กน้อย
